October 28, 2020

How to choose a prefabricated awning to suit your home.

วิธีเลือกกันสาดสำเร็จรูปให้เหมาะกับบ้านของคุณ

      จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ประเทศไทยของเรามีหลายฤดูมาก ๆ ภายในหนึ่งวัน ไม่ว่าจะเป็น หนาว ร้อน หรือฝน จึงทำให้หลายบ้านมองหาการติดตั้งกันสาดสำเร็จรูปเพื่อเป็นทางออกสำหรับการป้องกันแดดและฝน แต่ด้วยรูปแบบและวัสดุของกันสาดที่มีให้เลือกใช้อย่างหลากหลายจึงอาจทำให้เจ้าของบ้านไม่มั่นใจว่ากันสาดสำเร็จรูปแบบไหนจะเหมาะสมกับบ้านของตน เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงมี วิธีเลือกกันสาดสำเร็จรูปให้เหมาะกับบ้านของคุณ มาฝากทุกคนค่ะ

  1. เลือกกันสาดสำเร็จรูปให้เหมาะกับบ้านจากการคำนวณการรับน้ำหนักให้ดี

ความสำคัญของการติดตั้งกันสาด ควรคำนึงถึงน้ำหนักของกันสาดให้ดี เพราะอาจทำให้เกิดปัญหากับโครงสร้างของตัวบ้านภายหลังได้ ซึ่งในหมูบ้านบางโครงการไม่ได้มีการเตรียมโครงสร้างบ้านไว้สำหรับรองรับน้ำหนักกันสาด ดังนั้นถ้าหากอยากติดตั้งกันสาด สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือช่างประจำโครงการเกี่ยวกับการรับน้ำหนักของกันสาดที่โครงสร้างของบ้านสามารถรองรับได้เสียก่อน

โดยกันสาดจะมีลักษณะการใช้งาน 2 แบบ คือ 

1) แบบใช้งานถาวร กันสาดที่มีอายุการใช้งานยาวนานคงทน เสียค่าซ่อมแซมน้อย แต่ส่วนใหญ่มีน้ำหนักมาก และค่าก่อสร้างสูง ได้แก่ แบบโลหะประเภทอลูมิเนียม เหล็กอลูมิเนียม คอนกรีตเสริมเหล็ก กระเบื้องกระดาษ ไวนิล กระเบื้องแอสเบสทอสซีเมนต์ โพลีคาร์บอเนต และไฟเบอร์กลาส เป็นต้น

2) แบบใช้งานชั่วคราว กันสาดอายุการใช้งานไม่นาน ต้องซ่อมแซมบ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่มีน้ำหนักเบา ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติกว่า โดยสามารถติดตั้งรื้อถอนได้รวดเร็ว รวมถึงราคาถูกกว่า เช่น แบบมู่ลี่ม้วนไม้ไผ่ ผ้าใบในลักษณะมู่ลี่หรือใช้โครงเหล็ก

  1. เลือกกันสาดจากลักษณะที่สามารถตอบโจทย์ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ลักษณะที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ ดังนี้

1) กันสาดแนวดิ่ง คือ กันสาดที่สามารถบังแสงแดดในช่วงเช้าและเย็นได้ แต่ไม่สามารถบังแสงอาทิตย์ได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งกันสาดแนวดิ่งนี้จะเหมาะสำหรับแสงที่ส่องเข้ามาทางทิศตะวันออนและทิศตะวันตก ซึ่งควรมีการออกแบบให้กันสาดทำมุมอยู่ที่ประมาณ 30 องศากับระนาบผนัง

2) กันสาดแนวราบ คือ กันสาดที่เป็นแบบมีเสาและไม่มีเสา ซึ่งแบบมีเสานิยมใช้โครงสร้างเหล็กที่สามารถติดตั้งได้ง่าย ส่วนแบบไม่มีเสามักใช้เหล็กค้ำจากตัวบ้าน พร้อมทำมุมประมาณ 45% เหมาะสำหรับแสงแดดที่เข้ามาทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ หากใช้ด้านทิศเหนือควรให้กันสาดมีระยะยื่นทำมุมอย่างน้อย 10 องศากับขอบล่างของหน้าต่าง ขณะที่ด้านทิศใต้ควรทำมุมอย่างน้อย 37 องศากับขอบล่าง เพื่อป้องกันแสงตกกระทบได้ตลอดวัน

3)  กันสาดผสม คือ  ลักษณะของกันสาดที่ผสมผสานคุณสมบัติของกันสาดแนวดิ่งและแนวราบไว้ด้วยกัน โดยสามารถป้องกันแสงอาทิตย์สาดส่องได้ตลอดทั้งวัน

อีกทั้งยังสามารถเลือกรูปแบบของกันสาดได้ เช่น กันสาดหน้าต่าง ซึ่งมีทั้งแบบสำเร็จรูปและงานออกแบบใหม่ โดยใช้โครงสร้างเหล็ก เพื่อความสะดวกในการติดตั้งและไม่ให้มีน้ำหนักมากเกินไปในการติดบริเวณส่วนหน้าต่างของบ้าน หรือกันสาดระเบียงบ้าน ซึ่งติดบริเวณบ้านที่ต่อเติม โดยทำโครงสร้างขึ้นใหม่ให้เข้ากับระเบียงบ้านได้ รวมถึงกันสาดไม้ระแนง ซึ่งเป็นกันสาดที่สามารถใช้ได้ทุกส่วนในบ้าน เน้นความสวยงาม ด้วยการใช้ไม้ระแนงและวัสดุหลังคาโปร่งแสงเป็นส่วนใหญ่

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *